ผลสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตฯ สะท้อนอะไรในสังคมออนไลน์


เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาทางผู้บริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ได้แถลงผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประจำปี 2546 ซึ่งทำต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่ปี 2542 ในช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. ในรูปของแบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของเนคเทคและพันธมิตรจำนวนมาก โดยในปีนี้ได้มีการเพิ่มเติมคำถามเกี่ยวกับเกมออนไลน์เข้าไปด้วย

การเพิ่มคำถามพิเศษในแต่ละปีนั้น ย่อมสะท้อนถึงสภาพสังคมในปีนั้นๆได้เป็นอย่างดี ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ด้วยกระแสของเกมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทย ทำให้เนคเทคต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเกมประเภทนี้มากขึ้น จากคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตโดยตรง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และสรุป รวมทั้งนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจของผลการสำรวจในครั้งนี้คือ จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่มากขึ้นจากปี 2545 อยู่พอสมควร ด้วยตัวเลข 21,049 คน ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เนคเทคเคยสำรวจมา ถือเป็นกลุ่มตัวอย่างคุณภาพที่ผ่านการคัดกรองมาแล้ว ดังนั้นจึงวางใจได้ว่าข้อมูลเหล่านี้ใช้อ้างอิงได้

ข้อมูลพื้นฐานที่สรุปมาพบว่า อายุของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในกลุ่ม 20-29 ปี ยังคงมีมากที่สุดตลอด 5 ปีที่สำรวจ แต่มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุเมื่อเทียบกับปีก่อน และสถานที่ใช้อินเทอร์เน็ตก็ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกทม.และปริมณฑล แต่สัดส่วนค่อยๆลดลงจากปีก่อนๆ

ตัวเลขนี้บอกกับเราว่า อินเทอร์เน็ตในส่วนภูมิภาคกำลังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้มีความรู้ระดับปริญญาตรีและมีคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้าน และเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเวลาสองทุ่มถึงเที่ยงคืนถึง 32.1% พวกเขาใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย 10.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ตัวเลขการใช้มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้นก็สูงไม่ใช่เล่นถึง 20.2% เลยทีเดียว

ภาครัฐเห็นตัวเลขนี้แล้วจะทำอย่างไรนั้น เราคงต้องคอยติดตามกันต่อล่ะครับ

มาถึงเรื่องของการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันบ้าง แม้ว่าการค้นหาข้อมูลและการใช้อี-เมล์ยังคงมีสัดส่วนที่สูง แต่กิจกรรมอื่นๆที่เคยมีน้อย เช่น การเล่นเกม กลับขยับจากอันดับ 7 ในปี 45 มาอยู่อันดับ 5 ในปี 46 ด้วยตัวเลข 5.8% ใกล้ๆไล่เลี่ยกับการสนทนาหรือแชตที่มีอยู่ 7.1% เข้ามาทุกขณะ สำหรับปัญหาที่พบและครองแชมป์ติดต่อกันอีกปีก็คือ ความล่าช้าของการสื่อสาร นอกนั้นก็เป็นเรื่องของไวรัส, อีเมล์ขยะ, การมีแหล่งยั่วยุทางเพศ และอีกหลากหลายปัญหาที่ขยับสับเปลี่ยนอันดับจากเดิม

ที่น่าสนใจคือ ปัญหาทางภาษาเริ่มคลี่คลาย ย้ายจากอันดับ 8 ในครั้งก่อนมาอยู่อันดับ 9 ในการสำรวจครั้งล่าสุด แสดงว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่การพัฒนาทางด้านภาษาดีขึ้น เรื่องนี้น่าดีใจครับ

ส่วนการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องหามาตรการแก้ไขต่อไป เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังไม่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากนัก ส่วนคนที่ซื้อก็มักจะเลือกสินค้าราคาไม่แพงนัก เฉลี่ยต่ำกว่าห้าร้อยบาทต่อคนต่อปี แต่มีอัตราการสั่งจองบริการต่างๆ เช่น ซื้อตั๋วหนัง หรือบริการอื่นๆ มากขึ้น

มาถึงเรื่องคำถามพิเศษเกี่ยวกับเกมออนไลน์กันบ้าง จากผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 56.7 ของผู้ตอบแบบสอบถามล้วนเคยเล่นเกมออนไลน์ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่เมื่อแบ่งกลุ่มอายุพบว่า เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปีเล่นเกมมากกว่ากลุ่มอื่น ผู้ที่เล่นเกมใช้เวลาระหว่าง 1-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์รวมกันแล้วกว่า 68%

ที่น่าติดตามคือ คนเล่นเกมมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีประมาณ 6.7% ตัวเลขนี้ล่ะครับ หากปล่อยปละละเลย เชื่อได้ครับว่าปีหน้าเผลอๆจะขยับแตะระดับ 10% ก็ได้ ต้องหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้แล้วล่ะครับ

จากผลการสำรวจครั้งนี้ทำให้เราต้องตระหนักมากยิ่งขึ้นว่า อินเทอร์เน็ตคือดาบสองคม ที่ผู้เข้าไปเกี่ยวข้องต้องได้รับคำแนะนำในการใช้ หากเป็นผู้ใหญ่ที่มีการศึกษา มีวุฒิภาวะ เขาย่อมรู้ว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร ในทางตรงข้าม หากผู้ใช้เป็นเด็กที่อาจจะแยกแยะสิ่งดี-เลวได้ไม่ชัด พวกเขาต้องการคนช่วยเหลือครับ

เราคงจะไปโทษเกมออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้ ไม่ยุติธรรม เพราะทุกอย่างมีคุณและโทษทั้งนั้น เกมออนไลน์ก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่เราต้องดูให้ละเอียด เราต้องไม่ละเลยที่จะแก้ปัญหาพวกเว็บโป๊ เว็บการพนัน เว็บความรุนแรง เว็บหลอกลวงด้วย ซึ่งประเด็นหลังนี้กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลอกให้เล่นเกมชิงของรางวัล เล่นไปเล่นมาก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้รับของรางวัลกับเขาสักที จ่ายค่าโทรก็หลายร้อยบาทแล้ว พวกที่ถูกหลอกว่าจะได้ใช้ชั่วโมงเน็ตฟรีถ้าสมัครเป็นสมาชิกก็เยอะขึ้น

ส่วนการหลอกให้ซื้อสินค้าด้อยคุณภาพทางอินเทอร์เน็ตก็เป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนานและยังมีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเรามีกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ครบทุกฉบับปัญหาต่างๆเหล่านี้น่าจะบรรเทา เบาบาง และแก้ไขได้ในที่สุด

ว่าแต่วันนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการใช้อินเทอร์เน็ตก็ยังคงต้องใช้สูตร คิดก่อนใช้ ระวังก่อนให้ข้อมูล ไว้ป้องกันตัวเอง นอกเหนือจากนี้คงต้องรอผู้เกี่ยวข้องในแต่ละองค์กรว่าจะมีมาตรการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาสังคมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

บทความโดย Chip Thailand




Copyright 2010 Pozedorn@gmail.com sattahip km.10 hospital.