แนวทางการขออนุญาตสำเนาเอกสารประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน รพ.สัตหีบกม.10

          หลักการ การคุ้มครองข้อมูล มาตรา 7แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.  ๒๕๕๐ ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล  เป็นความลับส่วนบุคคลผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่จะน่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหายนั้นไม่ได้  เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรงหรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย  แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนนั้นไม่ได้

1.บุคคลดังต่อไปนี้ มีสิทธิขอให้เปิดเผยข้อมูลประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน

1.      ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน

2.      ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน(ผู้มอบอำนาจต้องยังมีชีวิต)

3.      ผู้มีอำนาจกระทำการแทนเจ้าของข้อมูล คือ ผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีเจ้าของข้อมูลเป็นเด็กหรือผู้เยาว์ อายุต่ำกว่า 20 ปี  หรือ ผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ 

4.      ทายาท ในกรณีผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียนเสียชีวิต

ทายาทตาม (5)หมายถึง สามีหรือภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย บุตรหรือผู้สืบสันดานตามความเป็นจริง บุตรบุญธรรมตามกฎหมาย   บิดาหรือมารดา

2.  นอกจากบุคคลตามข้อ 1 แล้ว ผู้ที่มีสิทธิขอข้อมูลประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียนต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและเป็นการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ เช่น ศาล พนักงานสอบสวน คณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะ เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้หลักการไม่เป็นการนำข้อมูลไปใช้ในทางให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลหรือทายาท

3. ผู้ขอข้อมูลจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

          1. ต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ขอ

          2. ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการขอข้อมูลว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร

          3. ต้องแนบเอกสารประกอบการขอข้อมูลตามที่กำหนดไว้

          4. ต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

4.เอกสารประกอบคำขอตามข้อ 3 (3) มีดังนี้

          1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ขอพร้อมลงนามกำกับสำเนาถูกต้องทุกเอกสาร

          2. กรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวผู้มอบอำนาจ   ผู้รับมอบอำนาจและหนังสือมอบอำนาจ

          3. กรณีทายาท ต้องมีใบมรณะบัตรและเอกสารแสดงการเป็นทายาท เช่น ใบทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น

          4. กรณีเป็นทารก เด็ก   ผู้เยาว์ หรือ ผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือ เป็นผู้พิการไม่สามารถรับรู้การกระทำ หรือ เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ ผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บิดา หรือ มารดา ผู้ปกครองที่ศาลตั้ง ผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์ ต้องแสดงคำสั่งศาลหรือหลักฐานที่แสดงการเป็นผู้ปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือผู้แทนโดยชอบธรรม

          5. เอกสารอื่นๆ

5. เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอให้ตรวจคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วจึงเสนอคำขอพร้อมความเห็นไปให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

          ให้ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยบริการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ หรือ หัวหน้าหน่วยบริการเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเปิดเผยข้อมูลประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน

 

6.ในกรณีผู้ขอให้เปิดเผยข้อมูล ขอสำเนาข้อมูลประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียน ควรกำหนดเงื่อนไข ดังนี้

          1.ผู้ขอต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น

          2. ผู้ขอต้องไม่นำข้อมูลไปเผยแพร่ จำหน่าย จ่าย แจก  หรือกระทำโดยประการใดๆ ในลักษณะเช่นว่านั้น

          3.ผู้ขอต้องไม่นำข้อมูลไปใช้ในทางที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล หรือโรงพยาบาล หรือ สถานบริการ หรือ กระทรวงสาธารณสุข หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ขอต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น

7. เมื่อผู้ขอข้อมูลลงนามยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว แล้วจึงมอบสำเนาข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ขอต่อไป โดยผู้ขอต้องลงนามรับมอบสำเนา และเจ้าหน้าที่ลงนามกำกับพร้อมพยาน

8. เมื่อได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เก็บเอกสารต่างๆ ไว้เป็นหลักฐานด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการให้สำเนาเวชระเบียน

กรณีผู้ป่วยการขอสำเนาเวชระเบียนเพื่อการรักษา ด้วยตนเอง/หรือมอบอำนาจ

1.      ต้องยื่นคำร้องขอสำเนาเวชระเบียนพร้อมแนบเอกสารประกอบที่งานประกัน/เลขางานเวชระเบียนเซ็นต์สำเนาถูกต้อง

2.      เจ้าหน้าที่เวชระเบียนตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามหลักเกณฑ์ พิจารณาเสนอแพทย์เจ้าของไข้หรือแพทย์ทั่วไปให้สำเนาเวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ผู้ขอ

3.      ลงทะเบียนผู้ป่วย”ขอสำเนาประวัติการรักษาโดย........” ลงวินิจฉัย z518 ,ลงกิจกรรมสำเนาเวชระเบียน 

4.      นำคำร้องการขอเวชระเบียนหลังแพทย์อนุญาตดำเนินการสำเนาเวชฯตามวัตถุประสงค์ภายในวันที่รับบริการ

5.      ผู้ขอข้อมูลลงนามยอมรับเงื่อนไขของการใช้เวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ที่ให้เท่านั้น แล้วจึงมอบสำเนาข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ขอต่อไป

กรณีบริษัทประกัน

1.      ต้องยื่นคำร้องขอสำเนาเวชระเบียนพร้อมแนบเอกสารประกอบที่งานประกัน/เลขางานเวชระเบียน

2.      เจ้าหน้าที่เวชระเบียนตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามหลักเกณฑ์ พิจารณาเสนอแพทย์เจ้าของไข้ให้สำเนาเวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ผู้ขอกรณีผู้ป่วยนอกให้หน้าประวัติที่เกี่ยวข้อง กรณีผู้ป่วยในให้หน้าสรุป discharge summary

3.      ส่งเอกสารคำร้องให้แพทย์เจ้าของไข้หรือประธานองค์กรแพทย์เพื่ออนุญาตให้สำเนาเวชระเบียนหรือสรุปการรักษาหรือสำเนาหน้า discharge summary

4.      นำคำร้องการขอเวชระเบียนหลังแพทย์อนุญาตส่งงานประกันเพื่อรับเวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ภายใน 3วันทำการ

5.      ลงทะเบียนผู้ป่วย”ขอสำเนาประวัติการรักษาโดย........” ลงวินิจฉัย z518 ,ลงกิจกรรมสำเนาเวชระเบียน 30บาทหรือมากกว่าตามปริมาณ ส่งการเงินเพื่อชำระเงิน

6.      ผู้ขอข้อมูลลงนามยอมรับเงื่อนไขของการใช้เวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ที่ให้เท่านั้น แล้วจึงมอบสำเนาข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ขอต่อไปในกรณีผู้ขอไม่ยอมลงนามให้บันทึกไว้และเจ้าหน้าที่ลงนามกำกับพร้อมพยาน

กรณีเจ้าของประวัติเสียชีวิต

1.      ต้องยื่นคำร้องโดยทายาทตามกฎหมาย ขอสำเนาเวชระเบียนพร้อมแนบเอกสารประกอบที่งานประกัน

2.      เจ้าหน้าที่เวชระเบียนตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามหลักเกณฑ์ พิจารณาเสนอผู้อำนวยการให้สำเนาเวชระเบียนหรือสรุปการรักษาหรือสำเนาหน้า discharge summaryตามวัตถุประสงค์ผู้ขอ

3.      ลงทะเบียนผู้ป่วย”ขอสำเนาประวัติการรักษาโดย........” ลงวินิจฉัย z518 ,ลงกิจกรรมสำเนาเวชระเบียน 30บาทหรือมากกว่าตามปริมาณ ส่งการเงินเพื่อชำระเงิน

4.      นำคำร้องการขอเวชระเบียนหลังแพทย์เจ้าของไข้/ผู้อำนวยการอนุญาตส่งงานประกันเพื่อรับเวชระเบียนตามวัตถุประสงค์ภายใน 7วันทำการและให้ลงนามยอมรับเงื่อนไขการใช้เวชระเบียนตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

กรณีคดีความเสี่ยง

คณะกรรมการความเสี่ยงเก็บเวชระเบียนผู้ป่วยภายใน 24 ชม.

1.      ยื่นคำร้องขอสำเนาเวชระเบียนพร้อมแนบหลักฐานประกอบ

2.      เจ้าหน้าที่เวชระเบียนตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามหลักเกณฑ์ คณะกรรมการความเสี่ยงพิจารณาเสนอแพทย์เจ้าของไข้สรุปการรักษา ตามวัตถุประสงค์ผู้ขอ

3.      ผู้อำนวยการเป็นผู้อนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทน

4.      นำคำร้องการขอเวชระเบียนหลังผู้อำนวยการอนุญาตส่งงานประกันเพื่อรับเวชระเบียนตามวัตถุประสงค์